************************************


 ************************************


 ************************************

 
  ************************************

 
  ************************************

 
 ************************************ 

 
  ************************************

 

การลงผี ปู่ ย่า

                                                                         
 ลงผี หมายถึง การเข้าทรง
          ผีปู่ย่า หมายถึง ผีบรรพบุรุษ หรือผีประจำตระกูล ซึ่งเป็นผีของ ปู ย่า ตา ยาย ทวด ที่ล่วงลับ ดับขันธ์ไปแล้วส่วนใหญ่
ได้ล่วงลับไปเป็นเวลานาน จนจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่และเชื่อว่า วิญญาณผีบรรพบุรุษจะสิงสถิตคอยปกป้องลูกหลานให้
อยู่เย็นเป็นสุข

      
การลงผีปู่ย่า หมายถึง การเข้าทรงของผีบรรพบุรุษ การเข้าทรงมีหลายโอกาส เช่น เมื่อลูกหลาน อันเชิญมาบูชา
เรียกว่าการเลี้ยงผี ส่วนใหญ่กระทำกันปีละครั้ง และถือว่าเป็นประเพณีที่สืบเนื่องมามิได้ขาดหายหรือเชิญเข้าทรง
เมื่อลูกหลานต้องการความช่วยเหลือ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ของหาย ทำนายอนาคต แก้บน หรือบอกเล่า เมื่อมีเหตุ เป็นต้น

พวกลูกหลานจึงสร้าง หอผี หรือ โฮงผี หรือตูบผี ไว้ทางทิศ หัวนอน หรือสถานที่ ๆ เห็นว่าเหมาะสม ในหอผีมีหิ้ง ( ชั้น )
สำหรับวางเครื่องบูชา อันได้แก่ พานดอกไม้ ธูป เทียน คนโท น้ำ สุรา อาหารคาว
  หวาน ผลหมากรากไม้ เมี่ยง บุหรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาวุธประจำตัวของผีเจ้าพ่อองค์นั้น ๆ เช่น หอก หรือ ดาบ (ส่วนใหญ่เป็นดาบคู่ ) อาวุธเหล่านี้เป็นของจริง
หรือทำด้วยไม้ เป็นอาวุธสมมุติก็ได้ การเลี้ยงผี ปู่ย่า ทำกันที่บริเวณหอผี คนทรงจะรู้วันเวลาตามกำหนดเป็นประจำทุกปี

                                                                                                                                  ข้อห้ามของคนทรง
ถ้าคนใดเป็นคนทรง หรือที่นั่งผี มีข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติเคร่งครัดตลอดชีวิต เช่น ห้ามไปเผาศพ ห้ามลอดใต้ถุนบ้านคนอื่น นอกจากบ้านที่มี โฮงผี ห้ามดื่มสุรา ของมึนเมา ที่เหลือซากจากคนอื่น ถ้าขัดขืนฝืนข้อห้ามก็มีอันเป็นไป เช่น เป็นลมชัก
เป็นไข้ฉับพลันอย่างคาดไม่ถึง

                                                                                
การเลี้ยงผี ปู่ย่า
ในหมู่คนที่ยังนับถือผีปู่ย่า การเซ่น ไหว้ บูชาเรียกว่า การเลี้ยงผี การเลี้ยงผีปุ่ย่ามีราว เดือน ๕,๖ ( เหนือ ) หรือส่วนใหญ
่กำหนดในเดือนข้างขึ้น อาจเป็นขึ้น ๓-๙ ค่ำ แล้วแต่กำหนดไว้ในวันเลี้ยงผี นอกจากนี้จะมีผีที่เป็นเจ้าบ้าน ถือว่าเป็น
เจ้าภาพแล้ว ยังมีผีปู่ย่าจากบ้านอื่น มาเป็นแขกร่วมพิธีด้วย
เครื่องสังเวยเลี้ยงผี ได้แก่ ขนมหวาน จำพวกข้าวเหนียวแดง ข้าวหวาน ผลไม้ ( ส่วนใหญ่ เป็น มะพร้าว กล้วย อ้อย ) หรือ ผลไม้ตาม ฤดูกาล ไก่ หมู วัว ควาย และสุรา แล้วแต่ผีตนใด
จะกินอะไร
ในกรณีที่มีการล้มควายเลี้ยงนั้น จะจัดเป็นกรณีพิเศษ เมื่อมีคนใหม่มารับตำแหน่ง คนทรงเป็นครั้งแรก หรือมีการเปลี่ยนตัวคนทรง การเลี้ยงต้อนรับ ศัพท์
ทางผีเรียกว่า หล่อหลอม ปีใดมีการหล่อหลอม ปีนั้นก็จะคึกคักเป็นพิเศษ
                                                                                                                        เครื่องทรงของผีปู่ย่า

                                           
ในการเข้าทรงลงผีปู่ย่า เมื่อเข้าทรงเสร็จเรียบร้อย ผีปู่ย่าจะแต่งตัวดังนี้
                          
ผีผู้ชาย สวมโสร่งลาย เป็นตารางสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ คล้ายโสร่ง พม่า เสื้อคล้ายเสื้อกุยเฮง สีต่าง ๆ มีผ้าสะว้าน ( ผ้าสะไบ )
                                           คล้องคอ หรือโพกศรีษะ เวลาเดินทำท่าคล้ายผู้ชาย

                                           ผีผู้หญิง สวมโสร่งคล้ายผีผู้ชาย สวมเสื้อตัวใหม่ หรือตัวเดิมของคนทรงก็ได้ แต่ผ้าสะว้าน จะพาดไหล่ในแนวเฉียง
                                           หรือคลุมศีรษะ

                                         
ผีปู่ย่าเมื่อมาชุมนุมกัน จะสนทนาปราศรัยกัน ฝ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน ลูกหลานคนในอยากถามไถ่ ให้คุ้มครอง ปกปัก
รักษา อะไรก็บอก บางคนอาจเลยเถิดถึงขั้นขอเลขเด็ดก็มี
ปัจจุบันนชาวบ้านปางผักหมยังมีกาเลี้ยงผีปู่ย่า  และการเลี้ยงผีปู่ย่าในแต่ละปี นับว่าเป็นการรวมญาติพี่น้อง
ให้ได ้ พบกันอย่างน้อยปีละครั้ง
คนที่เป็นญาติกันเรียกว่า เป็นผีเดียวกัน หมายถึง เป็นเครือญาติ เผ่าพันธุ์ เดียวกัน ( สายมารดา )  สกุลเดียวกัน เป็นเพราะสมัยก่อนไม่มีนามสกุลใช้ หรือนามสกุลฝ่ายมารดาหายไปเพราะใช้นามสกุลบิดาในการนับเผ่าพันธุ์  ญาติพี่น้องโดยการนับถือผีเดียวกัน จึงมีข้อห้ามของคนโบราณว่า ผีเดียวกัน
ห้ามแต่งงานกัน

**  ** **